A Free Template from Joomlashack

A Free Template from Joomlashack

แบบสำรวจ

ท่านกำลังใช้ระบบปฏิบัติการ (OS) อะไรอยู่ ?
 

Search

ผู้เข้าเว็บขณะนี้

เรามี 75 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
อย่าประมาทพระวินัยแม้เพียงเล็กน้อย PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2012 เวลา 07:06 น.
หลวงพ่อพุธ  ฐานิโย

 

 

           บางทีไปตามวัดต่างๆ พวกผีขี้ทุกข์ขี้ยาก พอไปถึงมันก็ร้อง ตะโกนมา "ผู้มีบุญ..กรุณาช่วยด้วย  ผมพระครูศรีฯ เป็นเปรตอยู่นี่ นานแล้ว"  พอได้ยินแล้วก็มาพิจารณาดูว่า อ้าว! พระไปเป็นเปรตเพราะอะไร

 

 

           เป็นเปรตเพราะปฏิบัติผิดวินัย ๒ ข้อ  ข้อ ๑ น้อมลาภของ สงฆ์ไปเป็นประโยชน์ส่วนตน  ข้อ ๒ น้อมลาภของสงฆ์ไปเป็นประโยชน์ส่วนบุคคล  สงฆ์ไม่ได้อนุญาตให้ ท่านแสดงอาบัติไม่ตก ตายแล้วมาเป็นเปรต 

 

 

           ทีนี้ จิตมันก็คิดต่อไป ช่วยได้ไหม  ช่วยได้ ต้องประชุมสงฆ์  พอดีวันนั้นไปทอดกฐิน  พอทอดกฐินเสร็จแล้วก็ประชุมสงฆ์ ให้สงฆ์ประกาศอนุญาตให้ท่าน 

 

 

 

          พอตื่นเช้ามาหลวงพ่อก็ถามผู้เฒ่าผู้แก่อายุ ๖๐-๗๐  ถามว่าพระชื่อพระครูศรีฯ อยู่ที่วัดนี้เมื่อก่อนนี้เคยมีไหม  เขาบอกว่า  มี  พอเสร็จแล้วเขาก็เล่าให้ฟัง ตรงกันหมด  เขาบอกว่า ตั้งแต่ท่าน มรณภาพแล้ว ท่านเป็นเปรตอยู่ที่กุฏิ  รู้ได้อย่างไรว่าท่านเป็น  เปรต  เวลาเราไปเอาของในกุฏิออกมาใช้ ต้องรีบส่งก่อนมืด  ถ้าปล่อยให้มืดแล้ว ท่านจะตามมาทวงทันที  เขายังท้าทายเลยว่า ถ้าพระคุณเจ้าไม่เชื่อพวกผม นิมนต์จำวัดอยู่ที่นี่ก่อน จะพาไปทดสอบ ลองดู  หลวงพ่อบอกว่า เออ! เรามีทางที่จะช่วยท่าน  อย่าไปทรมานท่านนักเลย  

 

 

          นี่ท่านเป็นเปรตอยู่นี่ตั้งแต่เรายังไม่เกิด  ตอนนั้นหลวงพ่ออายุได้ ๒๐ กว่าปี  ท่านไปเที่ยวหลอกเขาจนกระทั่งพระก็ไม่กลัว ชาวบ้านก็ไม่กลัว มันชินกัน  บางทีพระเณรอยู่ในวัดมันแกล้งกัน แอบเอาของในกุฏิไปซุกไว้ในกุฏิอีกหลังหนึ่ง ท่านก็ตามไปทวง ทั้งคืน นอนไม่ได้ทั้งคืน 

          ทีนี้พอประชุมสงฆ์ประกาศอนุญาตให้ท่านอย่างนั้นแล้ว พอตกกลาง

          คืนมา ชาวบ้านเขาก็เข้าไปเอาของคนละชิ้นๆ ไปไว้ ที่บ้านของเขา พระก็เอาไปไว้ในกุฏิ ไม่ปรากฏว่าท่านตามไปทวง  ทดลองแล้วทดลองเล่าท่านก็ไม่ไปทวง เขาก็เลยแน่ใจว่าท่านไปผุดไปเกิดแล้ว ก็เลยรื้อกุฏิหลังนั้นไปสร้างใหม่   

 

          เพราะฉะนั้น หลวงพ่อมาอยู่ที่วัดนี้ ในรอบปีหนึ่งจะต้องประชุมสงฆ์ ให้สงฆ์ลงมติอนุญาตไว้หมด  ทรัพย์สมบัติที่มีอยู่ใน    วัดนี่ ถ้าใครมาหยิบเอาไปโดยไม่ตั้งใจว่าขโมยของพระละก็ อย่าให้    เขาเป็นบาปเป็นกรรม  ถ้าเขาจะเป็นบาป ก็ให้เป็นเพราะความคิด เขาเอง  เมื่อสงฆ์ทั้งหลายนี่ประกาศอนุญาตเอาไว้แล้ว ใครจะมาเอาอะไรมันก็ไม่เป็นบาป มันมีทางที่จะช่วยได้  

 

 

          เช่นอย่างหลวงพ่อไปโน่นไปนี่ บางทีก็ไปองค์เดียว แล้วญาติโยมอยากจะถวายสังฆทาน  เราจะไปบอกว่าพระองค์เดียวสังฆทานไม่ได้ มันก็ขัดความรู้สึกเขา ก็เลยต้องขอมติคณะสงฆ์ให้สงฆ์ลงมติว่า ผมไปที่ไหนมีใครถวายสังฆทาน ขอให้สงฆ์ที่วัดนี้อนุญาตว่าเป็นส่วนของผมซึ่งพระสงฆ์ได้แจกแบ่งให้แล้ว   

 

 

          อย่างไปเทศน์ในกรุงเทพฯ นี่ เขาถวายสังฆทาน รถคันเล็กๆ มันขนมาไม่ได้  ถ้าหากว่าเขาถวายสังฆทานพระไม่ครบสงฆ์ ก็ต้องขนของทุกชิ้นมา มาแล้วก็มาประชุมสงฆ์ ทำอปโลกนกรรมจึงจะแจกกันได้  แต่ถ้าสงฆ์อนุญาตให้แล้ว หลวงพ่อไปรับที่ไหนๆ ก็เป็นสิทธิ์ของหลวงพ่อ จะแจกแบ่งใคร หรือจะไปทำบุญที่ไหนก็ได้  

 

 

           เรื่องเกี่ยวกับวัดกับสงฆ์นี่ มันก็เป็นบาป  จะว่าไปก็มีแต่บาป  ถ้าหากว่าเราทำไม่ถูก มันมีแต่บาปท่าเดียว  ถ้าหากเรานึกสงสารว่า ลูกหลานบ้านเมืองของเรานี่ บางทีเด็กๆ มาเล่นวัดเล่นวา มีผลหมากรากไม้มันหล่นหรือมีอะไร เด็กมันต้องการอยากจะอยู่จะกิน ก็ปีนขึ้นไปเก็บเอามากินกัน ถ้าสงฆ์ไม่อนุญาต มันก็บาป แต่ถ้าเราประกาศอนุญาตเอาไว้แล้ว ใครจะเอาอะไร มันก็ไม่เป็นบาป


 
 


Joomla 1.5 Templates by Joomlashack