A Free Template from Joomlashack

A Free Template from Joomlashack

แบบสำรวจ

ท่านกำลังใช้ระบบปฏิบัติการ (OS) อะไรอยู่ ?
 

Search

ผู้เข้าเว็บขณะนี้

เรามี 103 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
อย่าหากินกับพระศาสนา เดี๋ยวจะวิบัติ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันศุกร์ที่ 04 มกราคม 2013 เวลา 04:01 น.

 

หลวงพ่อพุธ  ฐานิโย

 

         ถ้าเราคิดให้มันลึกๆ ซึ้งๆ ลงไป ให้มันถึงแก่นแห่งศาสนา จริงๆ  ในวงการพระพุทธศาสนาไม่มีการซื้อขาย


          พระไปบิณฑบาต ข้าวทัพพีหนึ่ง กับข้าวห่อหนึ่ง หวานห่อหนึ่ง คุณคิดดูซิมันกี่สตางค์ สมัยนี้  เอาละ! คนใส่บาตรพระ องค์หนึ่งๆ ในปัจจุบันนี่ ต้องจ่ายสตางค์ไม่น้อยกว่า ๒๐ บาท ของที่ใส่บาตรแต่ละองค์นั่น

         แล้วอย่างพระอย่างเหรียญอะไรที่วัดไปปั๊มมาปลุกเสก    ราคามันก็ไม่ถึง ๕ บาท การที่เราจะทำของเหล่านี้มาขาย เขาว่า      "เช่า" อันนั้นมันเป็นกัปปิยโวหาร "เช่า"  ก็คือ "ขาย"  นั่นแหละถ้าพระทำของเหล่านี้ขึ้นมาขาย   อาหารบิณฑบาต ๒๐-๓๐ บาท รวมเงินซื้อของใส่บาตรให้ได้   แล้วพระแจกของเหล่านี้ฟรีไม่ได้หรือ


         เคยมีคนเขาทำมาให้หลวงพ่อ จะให้หลวงพ่อขายพระหาเงินมาสร้างวัด  บางทีเขาขายอยู่ที่ศาลาการเปรียญ หลวงพ่อนั่งแจกอยู่ที่กุฏิ  จนชาวบ้านเขาว่า เขาทำมาให้จำหน่ายหาเงินมาสร้างวัด    หลวงพ่อมีแต่แจก   แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาสร้างวัด  หลวงพ่อก็บอกว่า ถ้าพระต้องขายสินค้าหาเงินมาสร้างวัดละก็   ควรจะสึกให้หมด    เพราะญาติโยมเขาไม่ศรัทธา   เขาไม่รับรอง   แล้วจะอยู่ไปทำไม  วัตถุก่อสร้างที่ปรากฏต่อสายตาของท่านทั้งหลายที่อยู่ในวัดนี้     หลวงพ่อไม่เคยขายอะไรแม้แต่นิดหนึ่ง

 

          เมื่อก่อนมีคนข้างนอกมาอ้างว่าจะทำช่วยหลวงพ่ออย่างนั้นอย่างนี้ พอขายได้ ๑๐๐ บาท เขาให้เรา ๕ บาท นอกนั้น เขาเอาไปสร้างตึกอยู่ ๕ ชั้น ๑๐ ชั้น     อันนี้ก็เป็นความฉลาดของเขา   หลวงพ่อก็ไม่ได้ว่าอะไร    แต่มันไม่สมกับคำที่เขามาแอบอ้าง

 

         บางทีเขามอบหน้าที่ให้พระมาจัดการในเรื่องนี้   ตอนแรกจะทำอะไรก็มาปรึกษาหารือ   หนักๆ เข้าเลยกลายเป็นธุรกิจส่วนตัวของพระไป

 


         การที่เรามาแอบอ้างเอาศาสนาหาอยู่หากิน หาผลประโยชน์เข้าใส่กระเป๋าตัวเองนี่มันบาปหนักบาปหนา   พระที่เป็นสมภารเจ้าวัดร่ำๆ รวยๆ  พอสึกไปแล้วหอบเงินที่เขาจบ ใส่หัวใส่เกล้าไปตั้งหลักตั้งฐาน ไม่เห็นเคยมีใครเจริญสักที    หลวงพ่อบวชมาตั้งแต่อายุ ๑๔ ปี เพื่อนฝูงที่เป็นมหาเปรียญร่ำรวยกัน เป็นพระเป็นสงฆ์    เสร็จแล้วก็หอบเงินของศาสนาออกไป   ไปทำมาค้าขาย  ไปทำอะไรก็เจ๊ง  ไปซื้อที่ดินก็ถูกเขาโกง    ไปซื้อวัวซื้อควายมาเลี้ยงห่ากินตายหมด      มันเห็นมากับหูกับตา

 


          เพราะฉะนั้น เรื่องของสมบัติศาสนานี่ จริงอยู่ เราเคยบิณฑ์บังสุ์สังสวด     เราไปสวดมนต์ให้เขา เขาก็ถวายเรามามันเป็นสิทธิของเราจริง แต่ในฐานะที่เราเป็นคนของศาสนา    สมบัติที่เกิดจากบารมีของเรา ต้องเป็นของศาสนา

          ศาสนามีหน้าที่ทำอะไรบ้าง

          - จัดการศึกษาปริยัติธรรมคณะสงฆ์

           - ช่วยการศึกษาเด็กยากจน

          - ช่วยโรงพยาบาลสิ่งใดที่เขาขาดซึ่งรัฐไม่ให้งบประมาณมา เราก็ช่วยเหลือเขาไป


          อันนี้เป็นกิจธุระหน้าที่ของคนของศาสนา

 


 

 
 


Joomla 1.5 Templates by Joomlashack