A Free Template from Joomlashack

A Free Template from Joomlashack

แบบสำรวจ

ท่านกำลังใช้ระบบปฏิบัติการ (OS) อะไรอยู่ ?
 

Search

ผู้เข้าเว็บขณะนี้

เรามี 62 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เพราะความโชคดีหรือมีบุญเก่า? PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันศุกร์ที่ 11 มกราคม 2013 เวลา 01:05 น.

 

ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ วัดวะภูแก้ว


          ก่อนหน้านี้ชีวิตหนูค่อนข้างวุ่นวายสับสน ซึ่งเหตุผลหลักเลยคือการเรียนชั้นสูงขึ้นซึ่งหนักมาก ทำให้สภาวะจิตของหนูกลับแย่ลง  หนูเคยเป็นคนที่มีเป้าหมายในชีวิต   แต่โตขึ้นแทบจะมองหาเป้าหมายไม่เห็นเลย  หนูเคยเป็นคนที่เรียนเก่งมาก กล้าใช้คำนี้เพราะตอน ม.ปลาย หนูอยู่ถึงระดับห้องคิงของเตรียมอุดมศึกษา  แต่ด้วยปัญหาชีวิตมากมายที่ถาโถมเข้ามาหาแบบไม่ทันตั้งตัวและมาหลายเรื่องในเวลาเดียวกัน  สภาวะจิตตอนนั้นก็แย่พอแล้ว จนสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยติดแพทย์รามาฯ ถือเป็นการประคองตัวเองจนประสบความสำเร็จ

 

           ในชั้นปี ๑ ชีวิตการเรียนค่อนข้างสบายจึงไม่ค่อยเครียด   หรือให้พูดตามความจริงคือแทบไม่เรียน  ไม่ใช่ไม่มีเรียน แต่หนูไม่ไปเองเพราะเบื่อกับหนังสือเหลือเกิน แทบเรียกได้ว่าใช้ชีวิตเสเพลไม่ต่างอะไรกับการพักร้อนยาวๆ ๑ ปีเต็มๆ เลย   เมื่อขึ้นปี ๒ การเรียนวิชาแพทย์หนักอย่างที่ใครๆ  เขาบอกจริงๆ   จากที่เคยเป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเอง ทำอะไรได้ทุกอย่าง แต่สิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงอดีตไปหมด เพราะไม่ว่าหนูจะเรียนหรือตั้งใจแค่ไหนก็ทำได้ไม่ดีมาก  ต่อให้ทำมาก ผลกลับน้อย   ยิ่งทำ ยิ่งคิด ยิ่งแย่  ตอนนั้นหนูมองหาที่เกาะที่ยึดว่าควรทำอย่างไรดี   พยายามคิดว่าเป็นเพราะอะไร  คำตอบที่ได้คือ "เราไม่มีสมาธิเลย"  แม้เราจะเข้าเรียน มือจด   แต่จิตเราไปอยู่นอกห้อง

 

           จนวันหนึ่ง อ่านหนังสือเตรียมสอบ แต่พบว่าตัวเองอ่านไม่ได้เลย จิตว้าวุ่นไปหมด  เลยวางหนังสือเข้าอินเตอร์เน็ต  ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญหรือความโชคดีของหนู ได้ดู ดร.ดาราวรรณ ฟังแล้วเกิดรู้สึกว่าชอบความคิดที่อาจารย์ถ่ายทอดออกมามาก จึงไปค้นหาข้อมูลอาจารย์ในกูเกิลแล้วโทรศัพท์เล่าให้คุณพ่อฟังเพื่อขออนุญาตมา แล้วก็ได้มาจริงๆ

 

          การนั่งสมาธิวันแรก ยกแรก โอ้โห! เจ็บขาอย่างนี้    ก็นึกในใจว่าเราคงไม่มีโอกาสรู้จักคำว่าสมาธิกระมัง แล้วต้องอยู่อีก ๔ วันเราจะไหวไหมนี่แต่เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่ยืนยันคำพูด ที่ว่า "ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น" ได้ผลจริงๆ  ทุกครั้งที่เจ็บ  หนูจะพยายามบอกกับตัวเองว่าเรามาที่นี่เพื่ออะไร เป็นการเตือนตัวเองอยู่ตลอด  ดร.ดาราวรรณบอกให้ลองอดทน อดทน บริกรรมถี่ๆ เดี๋ยวก็หายเมื่อย  ให้จดจ่อเอาความจริง  แรกๆ พยายามทำตามที่อาจารย์บอก ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่ก็ไม่ยอมแพ้ จนสุดท้ายก็ดีขึ้น ทำได้นานขึ้นมากขึ้น และมากสุดตอนยกที่พูดเรื่องแม่   น้ำตาหนูไหลไม่หยุด  คิดแล้ว คิดทุกอย่าง ใครจะรู้ว่าการเอาใจจดใจจ่อกับเรื่องนี้จะทำให้เรามีสมาธิมากแบบบอกได้เลยว่ากายสบายอย่างที่อาจารย์บอกเป็น อย่างไร

 

          จนวันนี้วันสุดท้ายขอบอกว่าหนูมีสมาธิดีขึ้นมากเลยค่ะ คุณพ่อยังชม   อาจยังไม่มากมายแต่เทียบกับตัวเองแล้ว คุ้มค่าจริงๆ ที่มา    นี่คงเป็นบุญเก่าของหนูสินะที่ทำให้หนูได้มาที่วัดวะภูแก้วแห่งนี้   ขอบคุณนะคะที่ทำให้หนูได้รู้อะไรหลายๆ  อย่าง ขอบคุณมากกับสิ่งที่ให้  เรื่องบางเรื่องแม้มีเงินมากมายก็ซื้อไม่ได้จริงๆ  หนูจะนำทุกคำสอนไปปฏิบัติ  จะพยายามนำการฝึกสมาธิไปฝึกให้ตัวเองมีสมาธิมากกว่านี้ยิ่งๆ ขึ้นไป    หนูจะเป็นคุณหมอที่เก่งและมีคุณธรรมอย่างที่อาจารย์ทุกท่านได้สั่งสอนไว้    แล้วหนูหวังว่าอาจารย์จะไม่ลืมว่าที่คุณหมอคนนี้

  น.ส. วรัมพา รุจิดำเกิงศักดิ์ (ผู้อบรมสมทบ)
 นักศึกษาแพทย์ปี ๒ โรงพยาบาลรามาธิบดี
 กรุงเทพมหานคร



 
 


Joomla 1.5 Templates by Joomlashack