A Free Template from Joomlashack

A Free Template from Joomlashack

แบบสำรวจ

ท่านกำลังใช้ระบบปฏิบัติการ (OS) อะไรอยู่ ?
 

Search

ผู้เข้าเว็บขณะนี้

เรามี 91 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
ฝึกใจ...ใช่เรื่องยาก PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ 15 กันยายน 2014 เวลา 06:50 น.

 ทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรมเขาพริก

ผ้าขาวเปื้อนฝุ่น
 
 
           ชีวิตวัยเด็กของผมมีแต่ความสุขสบาย เพียบพร้อมทุกอย่าง   ด้วยสองมือและหยาดเหงื่อของพ่อกับแม่    ใครจะเชื่อว่าผมเคยเป็นเด็กเรียนดี    เป็นตัวแทนประกวดมารยาท  ผมไปทำบุญกับแม่บ่อยมาก ไม่พลาดแม้แต่งานพระศพสมเด็จย่าฯ


 
          พอผมอายุ ๑๕ ปีก็เริ่มลองเสพยา หัดขโมยของตามห้างจนถูกพักการเรียน  พออายุ ๑๗ ปีก็กลับมาเสพยา ขายยา แข่งรถ มีเรื่องทะเลาะวิวาท จนผมถูกไล่ออกจากโรงเรียน
 
 
          แม่ของผมมีโรคประจำตัวคือไมเกรน   ต่อมาแม่ก็ฆ่าตัวตาย     มีแต่คนพูดว่าผมเป็นคนทำให้แม่ตาย
 
 
          อายุ ๑๘ ปี ผมหนีออกจากบ้าน ขายยามาตลอด  ใครไม่จ่ายก็เตะบ้าง กระทืบบ้าง ไม่พอใจก็ใช้กำลังทำร้ายคนอื่น  บางคนยกมือไหว้ผม ผมก็ไม่เคยหยุด ไม่เคยยอม
 
 
          ปี ๕๐ ผมถูกจับคดียาบ้า  พอประกันตัวออกไป ก็โดนคดีชิงทรัพย์อีก  ตั้งแต่มาอยู่ในคุก มีผู้ใหญ่หลายคนคอยสอน และผมก็มีเวลาคิดทบทวนเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา ทุกวันนี้ผมรู้แล้วว่ามันเป็นกรรมที่ผมเคยก่อเอาไว้    พ้นโทษแล้ว  ก็คงจะไม่ก่อกรรมกับใครอีกแล้วครับ
 
 
          ขอบคุณครับ  ๕ วันนี้ผมสบายใจขึ้นครับ

 
น.ช. วิทวัส
ทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรมเขาพริก
อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา



เข้าใจผิดแต่ก็ติดใจ


          ผมเข้าใจผิดคิดว่ามาวัดครั้งนี้แค่มาทำความสะอาด  พัฒนาวัดเท่านั้น  แต่ที่ไหนได้ ต้องมาทำวัตร  สวดมนต์ ทำสมาธิ  ซึ่งน่าเบื่อมาก
 
 
          พอถึงวันจะกลับ ผมเริ่มปฏิบัติได้ดีขึ้น  คิดไปคิดมาก็ไม่อยากกลับเลย   เพราะได้ฝึกจิต   ฝึกความอดทน แผ่บุญให้พ่อแม่พี่น้อง  เป็นครั้งแรกที่ผมได้มาบำเพ็ญบุญในวัด
 
 
 
          ที่นี่สอนผมเรื่องธรรมะ บุญ-บาป  ตอนแรกก็น่าเบื่อมากๆ   แต่พอครูพูดไปๆ   ผมก็เริ่มคิดได้   ครูสอนโดยไม่หวังผลตอบแทน ครูมีแต่ให้  ถึงแม้ครูจะดุบ้าง ผมก็คิดว่าครูดุเราเพราะอยากให้เราได้ดี
 
 
          ผมรู้แล้วว่าทำไมมีแต่คนอยากมาที่นี่แล้วไม่อยากกลับ

ขวัญชัย หัสดี
โรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง กรมการปกครอง



 ชีวิตนี้ต้องมีธรรม
 
 
 
          ผมเป็นอีกคนหนึ่งในหมู่คนทั่วไปจำนวนมากที่ยังไม่เข้าใจในเรื่องธรรมะ   ผมเพียงรู้แค่ว่าเราเกิดมาเป็นคนไทยที่มีศาสนาพุทธเป็นที่ตั้ง  แม้จะเล่าเรียนก็ได้แค่งูๆ ปลาๆ เท่านั้น   เพราะผมไม่ค่อยได้ตั้งใจฟังและจดจำสักเท่าไร    พอเติบโตขึ้นมาก็ใช้ชีวิตในแบบตามใจตัวเอง อยากทำอะไรก็ทำ ไม่ฟังคำตักเตือนของใครแม้แต่แม่ของตัวเอง    จึงต้องเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่ที่ใครก็ไม่อยากเข้ามา
 
 
          เมื่อได้เข้ามาอบรมธรรมะ    จึงได้รู้ว่าการที่ผมต้องเข้ามาอยู่ในนี้เป็นเพราะผมไม่รู้จักธรรมะ ซึ่งสอนทุกอย่างในเรื่อง 
บาป-บุญ    คุณ-โทษ  ผมเพิ่งเข้าใจในวันนี้เองว่าชีวิตของคนเราต้องมีธรรมะ    เพื่อความไม่ประมาท    มีสติในทุกอย่างที่เราทำ
 
 
          ขอบพระคุณครับสำหรับธรรมะที่ท่านวิทยากรได้มาสอน    ผมจะไม่ประมาท    จะขอนำธรรมะไปใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งตอนที่ใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่แห่งนี้    เมื่อผมก้าวออกไปจากสถานที่แห่งนี้ และในทุกสถานที่ที่ผมจะก้าวเดินต่อไป
 

 
น.ช. วินิจ
ทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรมเขาพริก
อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา







แสงสว่างในมุมมืด


          ข้าพเจ้าเป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยเชื่อเรื่องบุญ-บาป หรือเวรกรรม หากมีใครมาพูดคุยกับข้าพเจ้าในเรื่องแบบนี้ ข้าพเจ้าก็จะด่าคนนั้น  ว่าบ้า เพ้อเจ้อเหลวไหล  ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ข้าพเจ้าคิดแต่เพียงว่า ทำอย่างไรก็ได้ให้ชาตินี้ตัวเองมีความสุข มีเงินเยอะๆ โดยไม่สนใจว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นเป็นเรื่องที่ถูกหรือผิด
 
 
          จนกระทั่งวันหนึ่ง วิบากกรรมที่ข้าพเจ้าเคยก่อไว้ก็ได้มาถึงข้าพเจ้าจนได้  ข้าพเจ้าต้องพลัดพรากจากครอบครัว จากบ้าน มาอยู่ในที่ที่ผู้คนทั้งหลายเรียกกันว่า "คุก"  แต่ถึงกระนั้น ข้าพเจ้ายังเข้าใจอยู่ว่าการที่ตัวข้าพเจ้าต้องเข้ามาอยู่ในนี้เป็นเพราะว่าไม่ระวังตัว ไปพลาดให้ตำรวจจับ
 
 
          แล้วเมื่อทางเรือนจำจัดโครงการ  "เรือนจำ-เรือนธรรม" ขึ้น บอกตามตรงว่าข้าพเจ้าไม่ได้เต็มใจเข้าร่วม แต่ถูกบังคับให้มา  หลังจากได้ฟังการบรรยายจากอาจารย์ทุกคน โดยเฉพาะ ดร. ดาราวรรณ เด่นอุดม แล้ว ทัศนคติของข้าพเจ้าก็เปลี่ยนไป  ข้าพเจ้ารู้สึกว่าตลอดชีวิตที่ผ่านมาได้ทำผิดและก่อบาปกรรมไว้มากมาย  เวลานี้ ข้าพเจ้า กลัวคำว่า "นรก" เป็นอย่างมาก  ข้าพเจ้าได้แต่คาดหวังว่าความสำนึกที่มีต่อบุญบาปและเวรกรรมจะทำให้ข้าพเจ้าดำเนินชีวิตต่อไปด้วยความดีและไม่ประมาทอีก 
 
 
 
          ข้าพเจ้าขอขอบพระคุณครูบาอาจารย์ที่มาให้การฝึกอบรม  ในโครงการครั้งนี้เป็นอย่างสูง   เพราะถ้าไม่มีพ่อพระแม่พระเหล่านี้มาช่วยชี้ทางให้แก่ข้าพเจ้าแล้ว    ข้าพเจ้าก็คงเป็นบัวที่อยู่ใต้น้ำ   เห็นกงจักรเป็นดอกบัวอยู่แบบนั้น


ร้อยแรงม้า
ทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรมเขาพริก
อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา


ไม่มีศาสนา แต่ปัญญาเป็นพุทธแท้ๆ


         ผมเป็นคนไม่มีศาสนาและไม่เคยนับถืออะไรทั้งสิ้นนอกจากความถูกต้อง  ผมยอมรับว่าผมดูถูกศาสนาพุทธมาก แต่ไม่ได้ดูถูกว่า ไร้สาระหรือล้าหลัง    ผมดูถูกคนไทยพุทธทุกคนที่งมงายกับสิ่งนอกกาย หลงใหลกับเรื่องผีสางเทวดา  เข้าวัดหวังผลที่มันเกินจริง  ขอหวย   ผมขอยกตัวอย่างความเชื่อที่ผมดูถูกให้ฟัง เช่น

          ความเชื่อที่ว่าชีวิตเรามีกรรมมาก  เมื่อเกิดมาจน เราก็ไม่มีวันเจริญรุ่งเรือง แล้วก็โทษเวรกรรม แต่ไม่ยอมคิดทำมาหากินหรือหาวิธีทำให้ตัวเองดีขึ้น

          ขวนขวายหาเลขเด็ดแปลกๆ  ผมว่าถ้ามีรางวัลโนเบลสาขาที่เกี่ยวกับการทำนายต่างๆ  เขาน่าจะให้รางวัลทฤษฎีหาเลขเด็ด ใบ้ หวย  หาเก่งเหลือเกิน มองอะไรเป็นเลขหมด
 
          นี่แค่นิดหน่อยนะครับ มีมากกว่านี้เยอะ แต่เวลาไม่พอ
 
          สรุปแล้ว ที่ผมได้มาวัดครั้งนี้ กลับไปผมก็ยังคงไม่มีศาสนาเหมือนเดิมนั่นแหละ
 แต่ผมกลับดีใจที่ได้เจอที่ปฏิบัติที่มีหลักการที่สามารถพิสูจน์ได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ที่ผมเชื่อถือ



อมรเทพ ชาญสูงเนิน
คณะวิทยาการจัดการ สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา


ดีอยู่แล้วก็ดียิ่งขึ้น

 


          บรรยากาศที่วัดวะภูแก้วนี้ดี เงียบสงบ ไม่เหมือนวัดหลายๆ แห่งที่ดิฉันเคยไปทำบุญ  ได้รับฟังคำบรรยายจากวิทยากรหลายท่าน พร้อมกับได้รับฟังประสบการณ์จริงจากตัวอย่างของบุคคลที่ท่านวิทยากรได้มาเล่าให้ฟัง    
ทำให้รู้ว่าพระพุทธศาสนาของเรามีอะไรที่น่าค้นหา น่าตื่นเต้นอัศจรรย์ใจ  ที่สำคัญมีเหตุผล     เป็นวิทยาศาสตร์   ไม่งมงาย  ได้รู้ว่าพระพุทธเจ้าทรงสอนให้เราอยู่บนหลักของเหตุผล   ไม่ใช่อยู่บนพื้นฐานของความเชื่อ    การมาอบรมครั้งนี้ทำให้เข้าใจในพระพุทธศาสนามากขึ้น  จากที่แต่ก่อนมีบางอย่างที่เชื่ออย่างผิดๆ  เมื่อได้ฟังก็เข้าใจมากขึ้นกว่าเดิม   ที่สำคัญเข้าใจไปในทางที่ถูกต้อง
 
 
          การมาอบรมครั้งนี้แม้จะใช้เวลาไม่มาก แต่ก็ได้ผลเกินคาด  ได้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาที่จะนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตมากมาย จากเดิมที่เป็นคนมีสติดี เมื่อมาปฏิบัติก็ทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม มีสมาธิมากกว่าเดิม  การอบรมพัฒนาจิต นอกจากจะได้สร้างคุณความดีจากการทำสมาธิ สวดมนต์ รักษาศีลแล้ว การบวชใจในครั้งนี้ทำให้ดิฉันรู้ในหลายๆ สิ่งที่ไม่รู้ เข้าใจในหลายๆ สิ่งที่ไม่เข้าใจ ดิฉันจะนำหลักธรรมที่ได้จากการอบรมครั้งนี้ไปใช้เป็นหลักธรรมในการดำเนินชีวิต เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ตนเองและผู้อื่น    ตลอดจนประเทศชาติบ้านเมืองต่อไป


อังคณา ปราบสกุล
มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์


 ใครอยากรู้จักตัวเอง เชิญทางนี้ครับ


          มนุษย์สามารถเรียนรู้ศาสตร์ต่างๆ ได้หมด แต่ไม่รู้จัก   "ตนเอง"
 
          ถ้าท่านอยากรู้จักตัวเอง เชิญครับ มาที่วัดวะภูแก้ว ท่านจะได้ชื่อว่า เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานจริง
 
ผ.อ. เฉลิมศักดิ์ ยะโสธร
ประธานคณะกรรมการการศึกษา โรงเรียนลำปลายมาศ
 
 
 

 



 


๕ วัน กับ ๕-๖ ปีที่แตกต่าง


          ขอชื่นชมพระคุณเจ้าและคณะวิทยากรทุกท่านที่มอบสิ่งดีๆ อันเป็นมงคลชีวิตให้กับคณะครูและลูกศิษย์ของผม ผมเห็นเขาดีขึ้น มีวินัย ดูแลตัวเองได้ดี ไม่ส่งเสียงดัง เรียบร้อยมาก  ยังชมให้ครูฟังว่า ลูกศิษย์ของเรามาวัด ๕ วัน ดีขึ้นกว่าที่อยู่โรงเรียน ๕-๖ ปี อยากให้ดีแบบนี้ทุกวัน จะประสบความสำเร็จทุกคน  พ่อแม่ ครู จะ ต้องดีใจมาก

 

 


ผ.อ. ชำนาญ บุญวงศ์
ผู้อำนวยการโรงเรียนลำปลายมาศ


ชีวิตนี้มีค่ายิ่งนัก
 
 
          ก่อนหน้านี้ข้าพเจ้าเคยมีความคิดว่า ศาสนาพุทธงมงาย  และไม่ค่อยเชื่อเรื่องบาป-บุญ ใช้ชีวิตให้หมดไปวันๆ และรอคอยพรุ่งนี้โดยไม่คิดที่จะทำสิ่งใดเพื่อให้เกิดประโยชน์  แต่วันนี้ วันที่ได้เข้ามาอบรมพัฒนาจิตใจที่วัดวะภูแก้วแห่งนี้ เพิ่งได้รู้ว่าความคิดที่ดูถูกพุทธศาสนามาตลอดชีวิตเป็นความคิดที่ผิด หลายคนรู้ว่าตนเป็นพุทธ แต่ไม่รู้ว่าชาวพุทธที่แท้จริง..คืออย่างไร ซึ่งที่นี่ได้สอนให้รู้ในหลายๆ สิ่ง สอนให้รู้ว่า ชีวิตทุกชีวิตมีค่า เวลาทุกนาทีสำคัญ   จงใช้ทุกลมหายใจให้มีคุณค่า หมั่นทำบุญ แล้วชีวิตจะพบความสุข ที่นี่.. สอนให้รู้จักความอดทน การปฏิบัติสมาธิอย่างถูกต้อง และอีก หลายๆ ด้านในการใช้ชีวิตประจำวัน  ข้าพเจ้าจะนำความรู้ที่ได้ไปใช้ ในการดำเนินชีวิต  และอีกอย่างที่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้คือ ชีวิตเป็นสิ่งไม่แน่นอน  ดังนั้น วันนี้จงใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท และวันนี้ยังมีพ่อแม่ให้รักให้ดูแลอยู่ จงดูแลท่านอย่างเต็มที่    จงทำให้ท่านมีความสุขที่สุด อย่าปล่อยให้ท่านต้องอยู่โดดเดี่ยวลำพัง      ตอบแทนบุญคุณท่านด้วยความตั้งใจเท่านั้นเป็นพอ



อนุสรา มัยพล
ม. ๔/๑๔ โรงเรียนลำปลายมาศ


หายสับสน

 

 

          ตั้งแต่ดิฉันเกิดมาก็เหมือนมีศาสนาพุทธติดตัวมาด้วย   พ่อแม่ญาติพี่น้องทุกคนเป็นพุทธ ตั้งแต่เด็กดิฉันไปวัดกับยายตลอดเกือบทุกวันพระ  ตอนนั้นไม่รู้อะไร ให้นั่งสมาธิก็นั่งเล่นๆ   ไม่มีจุดหมาย   ผู้ใหญ่ถามว่าเห็นอะไรไหม ถามซ้ำๆ ทุกครั้ง   ก็เลยเล่าในสิ่งที่จินตนาการเอาเองให้ฟัง    เพื่อให้เขาสบายใจจะได้ไม่ถามอีก
 
          ด้วยความเป็นเด็ก ไม่ซาบซึ้งในพุทธศาสนาเหมือนผู้ใหญ่ จนกระทั่งได้แต่งงาน  สามีนับถือศาสนาคริสต์ ซึ่งเคร่งมาก แต่ดิฉันก็ยังนับถือพุทธศาสนาเหมือนเดิม แต่ด้วยงานและเวลาไม่มีโอกาสได้ไปวัด แต่สามีจะชวนไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์  เมื่อเข้าไปก็ศึกษาความเป็นมาเพราะอยากรู้ เมื่อทำบ่อยๆ ก็เกิดข้อเปรียบเทียบ จนรู้สึกสับสนว่าตกลงจะยึดตามหลักความเชื่อศาสนาไหน จนบางครั้งทำบาปไปโดยไม่คิดถึงผลกรรมที่จะตามมา มันสับสนไปหมด แต่สิ่งที่ยังดำรงได้คือความสุขของบุพการี จนทุกวันนี้รู้สึกทุกข์ทุกครั้งที่นึกถึง
 
 
 
          เมื่อได้รับราชการ ได้มีโอกาสมาอบรมธรรมะที่วัดวะภูแก้ว ความสับสนนั้นจึงหายไป ดำรงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนาเหมือนเดิม      และจะไม่มีวันสับสนอีกเพราะรู้แจ้งแล้ว  ศาสนาพุทธมีเหตุมีผล และ วัดวะภูแก้วเป็นวัดที่ดิฉันสามารถทำสมาธิได้นานและมีความสุขที่สุด  ดิฉันจะตั้งมั่นไม่ทำบาป จะฝึกสมาธิ เจริญภาวนา สร้างบุญสร้างกุศล เพื่อลดละผลกรรมที่เคยทำมาตั้งแต่จำความได้...



นิตยา บุญอาสา
พยาบาล โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา


เปลี่ยนความคิดและจิตใต้สำนึก


          ความรู้สึกของข้าพเจ้าในตอนแรก ค่อนไปทางกดดันประมาณ ๙๙% เพราะผู้ปกครองบังคับให้มา  เดิมข้าพเจ้ากะจะมากับเพื่อนอีก ๓ คน แต่พอถึงคืนวันที่ ๕ ประมาณเที่ยงคืน เพื่อนข้าพเจ้าโทรมายกเลิกการเข้าฝึกพัฒนาจิต   ใจของข้าพเจ้าตกลงไปอยู่ที่ฝ่าเท้าซึ่งต่ำกว่าตาตุ่มเสียอีก ใจหายทันทีที่ ๑% ที่เหลืออยู่นั้นได้เลือนหายไป   ทำให้เปอร์เซ็นต์การถูกกดดันบีบบังคับของข้าพเจ้าพุ่งกระฉูดขึ้นมาเต็มปรอทเสียถึง ๑๐๐%  แต่ถึงอย่างไรพ่อและแม่ก็ยัง ดึงดันให้มาให้ได้ ในใจก็คิดโกรธแค้นพ่อกับแม่มากที่ส่งมาทรมาน เพราะคิดว่าต้องปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เบื่อหน่าย ซ้ำต้องตัดขาดจากการสื่อสารทางอินเทอร์เน็ต
 
 

          ก่อนหน้านี้ข้าพเจ้าเคยฝึกสมาธิที่โรงเรียน ความรู้สึกสงบไม่เคยได้เกิดเลย สติไม่สตาร์ทแม้แต่น้อย พะวงอยู่แต่ความเจ็บปวดตามกล้ามเนื้อ จนคำว่า "สมาธิ" ในหัวสมองของข้าพเจ้ากลายเป็นคำธรรมดาที่ข้าพเจ้าไม่คิดสนใจทำ ขี้เกียจพัฒนาสติสัมปชัญญะ

 


          แต่เมื่อข้าพเจ้าได้ลองมาปฏิบัติที่ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ วัดวะภูแก้วแล้ว ความคิดเดิมๆ ของข้าพเจ้าก็ผันเปลี่ยนไป เห็นคำว่า "สมาธิ" และ "สติ" สำคัญอันดับท๊อปของชีวิตข้าพเจ้าอย่างน่าทึ่ง อานิสงส์ของการเจริญจิตภาวนานั้นแรงมาก สามารถสร้างบารมีกุศลให้แก่จิตของเรามาก นานๆ ไปถึงกับรักษาอาการเจ็บปวดได้  นอกจากนั้น เรายังสามารถนำมาใช้ในการดำเนินชีวิต ของเราไปในทางที่ถูกที่ควรได้  เรื่องบุญบาป พระคุณมารดาบิดาก็ เป็นอีกเรื่องของการบรรยายที่น่าสนใจมาก บรรยายจนจิตใต้สำนึก ข้าพเจ้าเปลี่ยนไปในทางที่ดี จากที่ประพฤติผิดต่อบิดามารดา โดยการโต้เถียง การงานไม่ทำ เอาแต่ใจ ได้ลดเลือนหายไปบางส่วน แปรผันเป็นสำนึกที่คิดจะตอบแทนบุญคุณท่าน วันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายที่จะได้อยู่วัดวะภูแก้วที่เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม ความเอื้อเฟื้อ    ทัศนียภาพสวยๆ งามๆ แล้ว มันช่างเร็วอะไรเช่นนี้  ณ เวลานี้ ข้าพเจ้าอยากจะขอขอบพระคุณพ่อแม่ที่ผลักดันให้ข้าพเจ้ามาถึงจุดๆ นี้


 


วีกาญจน์ ทองเวียง (ผู้อบรมสมทบ)
ม. ๓/๙ โรงเรียนชุมแพศึกษา

 

 


 

 

แก้ไขล่าสุด ( วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม 2014 เวลา 07:34 น. )
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

 


Joomla 1.5 Templates by Joomlashack