A Free Template from Joomlashack

A Free Template from Joomlashack

แบบสำรวจ

ท่านกำลังใช้ระบบปฏิบัติการ (OS) อะไรอยู่ ?
 

Search

ผู้เข้าเว็บขณะนี้

เรามี 83 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
จิตแยกจากอารมณ์ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ 31 พฤษภาคม 2010 เวลา 14:03 น.

 

          การแสดงบทบาทออกไปนี่ (แสดงอาการโกรธแต่ภายนอก แต่จิตภายในไม่ได้กระเพื่อมด้วยความโกรธ) มันคล้ายๆ กับว่ามารยา ของจิต  เช่นอย่างเราสอนคนที่มันปัญญาทื่อหน่อย มันไม่จำ มัน   ไม่เข็ด มันไม่หลาบ  ก็อย่างที่เขาว่าหลวงปู่มหาบัวดุนั่นแหละ  แบบเดียวกัน

 

          (อาการปีติในสมาธิ) บางทีมันน้ำตาไหล มันร้องไห้เป็น   เสียงออกมาจริงๆ  แต่ว่าตัวร้องไห้มันก็ร้องไป ตัวนิ่งมันก็นิ่ง ลักษณะของมันจะเป็นอย่างนั้น  อันนี้เรียกว่า จิตมันรู้ทันปีติ รู้ทันอารมณ์ ปีติก็คืออารมณ์  ทีนี้ในเมื่อมีอะไรรุนแรงขึ้นมา มันก็แยกตัวพั้บ คล้ายๆ กับว่ามันท้าทายว่า อยากร้องก็ร้องไปสิ ไม่ใช่เรื่องของฉัน  ทีนี้ตัวจิตใต้สำนึกมันก็นิ่งเฉย

  


          อันนี้หลวงพ่อเคยร้องไห้มาแล้ว ไปสวดมนต์ในวังครั้งแรก พอไปถึงแก่งคอย ก็ไปนึกถึงว่าพ่อตายอยู่ที่ไหน จะกำหนดจิตอุทิศ ส่วนกุศลให้พ่อสักหน่อย  พอกำหนดไปพั้บ มองไปข้างหน้า สายตา  มันพร่า แล้วก็เห็นตาแก่คนหนึ่งแบกเด็กน้อยลอยผ่านหน้าไป พอลับ สายตาไป จิตสำนึกก็คิดว่า พ่อแบกเรามาตั้งแต่เด็ก แล้วมันก็ร้องไห้ สะอึกสะอื้นขึ้นมาทันที  คนที่นั่งมาในรถเขาก็ถามว่า หลวงพ่อเป็น    อะไร  ก็ตอบเขาว่า เฉยๆ เดี๋ยวก็รู้  พออาการอย่างนั้นหายไป  ก็เล่าให้เขาฟัง

 

          ปีติมันเกิดจากกายต่างหากเล่า เช่นอย่างเรามีเรื่องขำขันนี่ เราหัวเราะจนไส้ขดไส้แข็ง เราเมื่อยเกือบตาย  เราไม่อยากหัวเราะ     แต่มันก็อดไม่ได้ นั่นคือความเป็นเองของร่างกาย อันนี้มันได้หลัก    มาจากว่า ภายในตัวของเรานี่ สมองเป็นผู้สั่งกาย  กองบัญชาการใน สมองที่มันสั่งการออกมานี่ ให้ร่างกายมันเตี้ย ให้ร่างกายมันโต ให้ ร่างกายมันสูงโย่งอย่างพระสูงที่วัดสะพานสูง อันนี้เป็นเรื่องของสมอง  ทั้งนั้น  ทีนี้สมองอันนี้ คำสั่งของสมองอยู่ที่จิตดวงนี้  ทางหลักของ   การสะกดจิตเขาเรียกว่า จิตอิสระ  จิตอิสระดวงนี้คอยบังคับดูแลและใช้เครื่องจักรกลไกต่างๆ ในร่างกายให้ทำงานให้แก่เราอย่างตรงไปตรงมา

  


          ถ้าพูดถึงเรื่องจิตและสรีรศาสตร์ ฝรั่งเขาศึกษาได้ละเอียด กว่าเรา  ของเราศึกษาแต่ด้านจิตด้านเดียว แต่เรื่องสรีรศาสตร์ไม่ได้ ศึกษา  ก็เพียงแต่เพ่งอาการ ๓๒  แต่ไม่ได้ตีความหมายว่าอะไรเป็น  อะไร มีประโยชน์อย่างไร  ความคิดอะไรนี่ เราก็ถือว่ามาจากจิต อย่างเดียว  แต่จิตอย่างเดียวมันคิดไม่เป็น ต้องอาศัยประสาททาง    สมอง  เราจะรู้แจ้งเห็นชัดต่อเมื่อเราเข้าสมาธิแล้วร่างกายตัวตน  หายไป จิตมันก็ได้แต่นิ่งอยู่เฉยๆ  จิตที่นิ่งอยู่เฉยๆ นี่มันรู้เห็นทุกสิ่ง ทุกอย่างได้เหมือนกัน แต่มันพูดไม่เป็น แต่พอมาสัมพันธ์กับร่างกายพั้บ  พอรู้เห็นอะไร  มันจะพูดออกมาทันทีว่าอะไรเป็นอะไร


 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

 


Joomla 1.5 Templates by Joomlashack